Cryotherapy หรือ การบำบัดด้วยความเย็น กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ถือเป็นเทรนด์สุขภาพที่หลายคนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ ก็ต่างใช้ Cryotherapy เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกายทั้งสิ้น วันนี้ °CRYO On จะพาคุณไปรู้จักกับ Cryotherapy ให้มากขึ้นกว่าเดิม
Cryotherapy คืออะไร
Cryotherapy (ไครโอเทอราพี) คือการบำบัดด้วยความเย็นจัด โดยใช้ความเย็นติดลบประมาณ -110 ถึง -140 องศาเซลเซียส ในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อจากหลายสาเหตุ เช่น อาการปวดจากการออกกำลังกาย หรือการนั่งทำงานเป็นเวลานาน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหลั่ง เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือ “ฮอร์โมนแห่งความสุข” และลดระดับ คอร์ติซอล (Cortisol) หรือ “ฮอร์โมนความเครียด” ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพการนอนหลับ
ประโยชน์ของ Cryotherapy
Cryotherapy ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ได้แก่
เร่งการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
เมื่อร่างกายสัมผัสอุณหภูมิต่ำจัด เส้นเลือดจะหดตัวอย่างรวดเร็วเพื่อลดการไหลเวียนเลือดไปยังผิวหนัง ละเมื่อออกจากความเย็น ร่างกายจะขยายหลอดเลือดกลับ ช่วยกระตุ้นให้เลือดใหม่ที่อุดมไปด้วยออกซิเจนและสารอาหารไหลเวียนไปยังกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ ลดการอักเสบ บวม ปวด และช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้นได้
เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ
Cryotherapy ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) และกระตุ้นการหลั่งเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ส่งผลให้สมองและระบบประสาทผ่อนคลาย จึงเพิ่มการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระตุ้นการเผาผลาญพลังงานระหว่างวัน
ความเย็นสุดขั้วยังมีผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย โดยจะกระตุ้นการผลิตเมตาบอลิซึม ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญเพิ่มขึ้นระหว่างวันได้
ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
หลังจากร่างกายกลับสู่อุณหภูมิปกติหลังจากบำบัดด้วยความเย็นแล้ว เลือดจะไหลกลับสู่บริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย และในกระบวนการนี้ช่วยส่งออกซิเจนและสารอาหารสู่ผิว ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการการสร้างคอลลาเจนขึ้น
ลดระดับความเครียด
เมื่อระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ลดลง และมีการเพิ่มขึ้นของ เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ที่เป็นฮอร์โมนแห่งความสุข จึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และเกิดความเครียดน้อยลง
ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า
ความเย็นสามารถทำให้รู้สึกสดชื่นได้ทันที พร้อมกับการหลั่งของฮอร์โมนความสุข (Endorphin) จึงทำให้รู้สึกดีตามมา
ข้อดีของ Cryotherapy
การบำบัดด้วยความเย็นในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับคนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น โดยมีข้อดีดังนี้
- ใช้เวลาไม่นาน
- ผิวไม่สัมผัสกับความเย็นโดยตรง เนื่องจากใช้ลมเย็นในการบำบัด
- มีผู้เชี่ยวชาญดูแลระหว่างทำตลอดเวลา
- เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดี
ข้อเสียของ Cryotherapy
แม้ว่า Cryotherapy จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ ได้แก่
- ผู้ให้บริการยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย
- มีกลุ่มเสี่ยงที่ไม่สามารถเข้ารับการบำบัดได้ เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ไทรอยด์สูง
ข้อควรระวัง
เนื่องจากการทำ Cryotherapy สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างดีแต่ก็มีข้อจำกัด เช่น
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งไม่ควรเข้ารับการบำบัด
- ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดใหญ่ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือนก่อนทำ Cryotherapy
- หากมีรอยแดงหรือแผลไหม้บนผิวหนัง ก่อนตัดสินใจทำ Cryotherapy ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทันที
Cryotherapy เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมในทุกกลุ่มคนรักสุขภาพ ตั้งแต่นักกีฬาจนถึงพนักงานออฟฟิศ เนื่องจากใช้เวลาไม่นานแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจทำ Cryotherapy ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และเลือกผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดต่อสุขภาพของคุณ

